|
หากท่านประสบปัญหาการตรวจนับสินทรัพย์ทุก ๆ ปี โปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset management software) สามารถช่วยขจัดปัญหาให้ท่านได้ เพราะว่า เป็นระบบอัตโนมัติโปรแกรม Hardcat ช่วยลดกระบวนการป้อนข้อมูลด้วยมือทำให้การบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset management) และสินค้าคงคลังสะดวกมากขึ้น ลดขั้นตอนเอกสาร และลดการทำงานซ้ำซ้อน ด้วยระบบการเตือนแบบอัตโนมัติ การออกเอกสารใบสั่งงาน การสื่อสารและนำเสนอรูปแบบรายงานที่เข้าใจได้ง่าย เข้าถึงได้ทุกที่ด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือ ที่ทำงานผ่านหน้าต่างโปรแกรมคำสั่งที่เข้าใจได้ง่าย ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงพื้นที่จริงเพื่อ ค้นหา แก้ไขปรับเปลี่ยนข้อมูลให้ทันสมัย และรายงานข้อมูล ในแบบ ณ เวลาปัจจุบันได้ทันที ปรับแต่งตามการใช้งานได้โปรแกรมปรับตั้งการใช้งานตามแบบที่ต้องการได้ง่าย สามารถกำหนดคำสั่งการรับข้อมูลได้เอง หรือเลือกรูปแบบตามที่เห็นเหมาะสมกับองค์กร กล่าวคือ ต้องการโปรแกรมในรูปแบบเฉพาะตามที่กำหนดนอกเหนือจากรูปแบบมาตรฐาน เชื่อถือได้การบันทึกข้อมูลสินทรัพย์ที่ถูกต้องช่วยให้องค์กรบริหารจัดการสินทรัพย์ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการจัดการควบคุม การตรวจสอบ การดูแล สินทรัพย์ที่มีมูลค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างคุ้มค่า ความสามารถของโปรแกรม การจัดเก็บข้อมูลสินทรัพย์และตรวจสอบด้วยการทำงานผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือและการสื่อสารแบบไร้สาย ทำให้การตรวจสอบทางบัญชีที่ ณ พื้นที่จริง เป็นเรื่องสะดวกและง่ายดาย มีประสิทธิภาพ ที่สามารถปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ทันที จึงมีข้อมูลรอพร้อมที่จะนำไปวิเคราะห์ต่อได้หากต้องการ. รูปแบบป้ายที่หลากหลายเพื่อให้การตรวจสอบทางบัญชี การบันทึกการจ่ายและรับคืนสินทรัพย์มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง โปรแกรมจึงออกแบบให้สามารถอ่านข้อมูลสำคัญได้ทั้งจาก บาร์โค้ด (Barcodes) คิวอาร์โค้ด ( QR code) ดาต้าเมทริก RFID และ NFC รูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายใช้ประโยชน์ได้จริง โปรแกรมมีรูปแบบรายงานที่เข้าใจง่ายใช้ประโยชน์ได้จริง ผู้ใช้งานสามารถกำหนดรูปแบบรายงานตามที่ต้องการและตั้งการเตือนอัตโนมัติได้ ซึ่งโปรแกรมมีรูปแบบรายงานมาตรฐานมากกว่า 200 แบบให้เลือกใช้งาน พร้อมทั้งสามารถกำหนดให้แสดงในรูปแบบ PDF, Excel, แผงหน้าปัดแสดงข้อมูล (dashboard) หรือผ่าน Email ได้ ทำให้การควบคุมจัดการสะดวกมากยิ่งขึ้น หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมบริหารจัดการสินทรัพย์ Hardcat (Hardcat Asset Management software) กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
2 Comments
การทำแผ่นป้ายโลหะและป้ายฉลากด้วยแสงเลเซอร์ Laser Marking of Labels and Identification Plates23/2/2017 Pryor ได้นำเสนอระบบการทำเลขรหัสลงบนแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลง (Tamper proof adhesive material) ด้วยแสงเลเซอร์ (Laser Marking) ที่ให้คุณภาพความคมชัดความสวยงาม และความสะดวกรวดเร็ว ระบบนี้ได้ถูกนำไปใช้ในกลุ่มผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ชั้นนำที่ต้องการระบุอัตลักษณ์ตัวตนในรูปแบบเฉพาะ ที่ต้องการสร้างความแตกต่างจากค่ายอื่นๆ ด้วยแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงคุณภาพสูง ระบบนี้มีข้อดี คือ 1. ให้คุณภาพความคมชัดและความสวยงาม ในสายการผลิตที่ลูกค้าเน้นความสวยงามและเป็นเลิศ 2. สะดวก รวดเร็ว สามารถผลิตแผ่นป้ายโลหะและแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงได้ตามกำหนดระยะเวลาการผลิตที่ได้กำหนดไว้ 3. รับข้อมูลจากฐานข้อมูลภายนอก ผ่านเครื่องอ่านบาร์โค้ด หรือระบบเครือข่ายการสื่อสาร จึงช่วยลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลผ่านผู้ปฏิบัติงาน ข้อมูลด้านเทคนิค 1. แสงเลเซอร์แบบ 20W Pro laser ที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ได้บนวัสดุทั้งสองแบบ 2. สามารถยิงแสงเลเซอร์ตัดขอบแผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงได้ทันที จึงไม่ต้องมีกระบวนการตัดแผ่นป้ายฉลากเพิ่มเติม 3. เมื่อใช้แผ่นป้ายฉลากป้องกันการปลอมแปลงชนิด Acrylic สองชั้น เฉพาะผิวสีดำชั้นแรกบนแผ่นป้ายฉลากเท่านั้นที่จะถูกกัดออกด้วยแสงเลเซอร์ 4. โครงครอบเครื่องปิดมิดชิด ป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์ขณะทำงาน 5. ยิงอ่านข้อมูลที่ต้องการมาร์คจากบาร์โค้ดได้ 6. ออกแบบระบบจับยึดชิ้นงานช่วยให้การวางแผ่นป้ายโลหะตรงตามตำแหน่งตามที่ต้องการทุกครั้ง กล่าวได้ว่า ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้มีการป้องกันอันตรายจากแสงเลเซอร์ขณะทำงาน ให้ความสะดวก รวดเร็ว ด้วยคุณภาพความคมชัดและความสวยงาม แต่มีความยืดหยุ่นจึงมาร์ควัสดุได้หลากหลายในเวลาที่เท่ากัน หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการสร้างอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th
For further information please visit CONTACT page
Pryor’s customer required a bespoke solution for scribing a unique number onto a large vehicle chassis. A solution was designed by integrating standard Pryor marking equipment into a custom fixture and clamping device, suitable for marking two chassis variants. The scribing head of the unit has a mounted camera for mark verification and inspection.
For further information please visit us at our CONTACT page.
Traceability Solutions Asia is pleased to represent Pryor Marking Technology in Thailand. Traceability Solutions Asia (TSA) offers our customers in Thailand traditional and innovative marking, identification and traceability solutions from Pryor Marking Technology, the trading name of Edward Pryor and Son Ltd. Founded in 1849 in Sheffield, UK, a hub of manufacturing and the birthplace of stainless steel, the company’s success is built on providing solutions for all manufacturing industries, with extensive expertise in aerospace and automotive standards. Pryor has grown to become a single source supplier, offering a complete portfolio of solutions for permanent part marking; ranging from a simple hand stamp through to turnkey, bespoke designed systems with multi-axis computer-controlled marking heads, machine vision and traceability software. Solutions include: Dot, Scribe and Laser marking products. AUTOMOTIVE MARKING & TRACEABILITY High speed laser and dot marking are ideal for identification and tracking of OEM, tier 1 and tier 2 supplied components. Serial numbers, Barcodes and Data Matrix can all be marked and quality controlled automatically from a broad range of data inputs. Different solutions can be applied to marking steel, aluminium, plastic, specialised metals and coated parts. With a team of mechanical, electrical and software engineers in-house, Pryor specialises in developing turnkey, automated solutions without the need for third party machine builders. VISION CONTROL Pryor’s expertise in vision systems is unmatched in the marking industry. Their own range of vision products can be used to automatically place marks and guide robotic and automated solutions. Operator and system errors can be removed from the marking process by verifying the location and quality of every mark. CCTV and still image logs are all stored against each component for full quality control, traceability and process improvement. VIN MARKING Pryor’s custom solutions for chassis, engine and gearbox marking cover all technologies. Dot marking, scribe engraving and deep laser marking are all in use in high volume lines. Systems can be stand-alone, with customised operator HMI or fully PLC integrated. Robotic systems provide full flexibility of product and mark location, with no product specific tooling required Deep laser marking provides non-contact, low noise and high definition marking Stand-alone systems require minimal operator input and can be portable, mounted on a manipulator, or used off-line. Can be integrated with and triggered by a full range of data inputs including PLCs, SQL databases, Printed Barcodes and RFID tags LASER MARKING The range of laser marking products can be used for batch or production line applications. Laser marking can be done “on the fly” as parts move along a production line. For further information please visit us at CONTACT page.
เลขรหัสรถยนต์ (Vehicle Identification Numbers หรือ VIN) คือการทำอัตลักษณ์ลงบนชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ โครงเพลา (Chassis) และเครื่องยนต์ ซึ่งระบบที่นิยมในปัจจุบันคือระบบขูด (Scribe marking) เพราะมีเสียงที่เงียบกว่าระบบตอก ตัวเลขตัวอักษรที่สร้างเป็นเส้นต่อเนื่องสวยงามกว่าดูง่ายกว่า Pryor รับออกแบบระบบตามที่ลูกค้าร้องขอ ด้วยการรวมเครื่องขูด (Scribe marking) แบบมาตรฐานเข้ากับระบบจับยึด (Fixture/clamping) ที่สามารถดึงข้อมูลตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ผ่านฐานข้อมูลภายนอก หรือผ่าน PLC เพื่อลดวามผิดพลาดของพนักงานได้ด้วย ด้วยประสบการณ์ของ Pryor ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการจะได้รับความพึงพอใจสูงสุด นอกจากนี้ Pryor ยังสามารถออกแบบให้ควบรวมระบบกล้องตรวจสอบเพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพการมาร์ค ความถูกต้อง และเก็บข้อมูล ก่อนส่งชิ้นงานไปสู่ขั้นตอนการผลิตหรือการประกอบถัดไป การทำตัวเลขรหัสรถยนต์ด้วยระบบนี้มีข้อดี ดังนี้ 1. มีการตรวจสอบ 100% จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีชิ้นงานที่ไม่สมบูรณ์เล็ดลอดจากสายการผลิตไปได้ 2. เสียงไม่ดังขณะทำงาน 3. ลดความผิดพลาดของพนักงานควบคุมเครื่องด้วยการออกแบบระบบการมาร์คแบบอัตโนมัติ และตรวจสอบความถูกต้องแบบอัตโนมัติ 4. ออกแบบให้จับยึดด้วยคันบังคับแบบสองมือเพื่อลดอันตรายในขณะจับยึด ข้อมูลด้านเทคนิค 1. ระบบจอสัมผัส เชื่อมต่อแบบ HDMI พร้อมระบบป้องกันหน้าจอ 2. ใช้เทคโนโลยีแบบขูด (Scribe technology) ทำงานได้เงียบกว่า ตัวเลขตัวอักษรเป็นเส้นต่อเนื่องสวยงามกว่าดูง่ายกว่า 3. บริหารการทำงานของเข็มมาร์คด้วยลม ทำให้ได้ทั้งความลึกและความสม่ำเสมอ 4. บริหารกลไกระบบจับยึด (clamping) ด้วยลม 5. ระบบกล้องตรวจสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพการมาร์ค ความถูกต้อง และเก็บข้อมูล 6. สื่อสารผ่านระบบเครือข่ายเพื่อรับข้อมูลตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) 7. ระบบเซ็นเซอร์ตรวจสอบตำแหน่ง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก่อนทำการจับยึด (clamping) 8. เวลาที่ใช้ในการทำงานนับตั้งแต่ การจับยึด การขูดมาร์ค และการปลดเครื่องมาร์คออก กินเวลาน้อยกว่า 1 นาที อย่างไรก็ตาม การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยระบบขูด (Scribe marking) นี้ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ 1. รูปแบบและวิธีการจับยึด เพราะการจับยึดที่ไม่มั่นคงจะส่งผลให้คุณภาพการมาร์คลดลงอย่างมาก 2. พื้นผิวของชิ้นงาน พื้นผิวที่ขรุขระไม่เรียบ ความชัดเจนของตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) จะสู้พื้นผิวที่เรียบไม่ได้ และอาจต้องเพิ่มแรงขูดมากกว่าปกติ 3. หากชิ้นงานที่จะมาร์คมีหลายรุ่น และมีรูปลักษณ์แตกต่างกัน ระบบจับยึด (clamping) อาจไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกรุ่น สาเหตุจากข้อจำกัดของพื้นที่ ตำแหน่ง และจุดจับยึดบนชิ้นงานที่ต่างกัน ในท้ายที่สุดนี้ ระบบขูด (Scribe marking) ยังคงได้รับความนิยมด้วยข้อดีที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งความเร็ว ความเงียบ ความสวยงาม อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเลเซอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงมีการคิดค้นการทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งสามารถอ่านได้จากบทความ “Laser VIN Marking: การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์” การทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์
เลขรหัสรถยนต์ (Vehicle Identification Numbers หรือ VIN) คือการทำอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) วิธีหนึ่ง ที่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อทำรหัสลงบนชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ โครงเพลา และเครื่องยนต์ มานานหลายปี ซึ่ง Pryor ได้นำเสนอระบบการทำเลขรหัสแบบใหม่ด้วยแสงเลเซอร์ (Laser Marking) ที่จะช่วยลดเวลาทำงาน และได้คุณภาพความคมชัดที่ดีกว่า ระบบแบบใหม่นี้สามารถทำเลขรหัสจำนวน 17 ตัว ที่ความลึก 0.4 mm ภายในเวลา 4 วินาที! การทำตัวเลขรหัสรถยนต์ด้วยระบบแสงเลเซอร์นี้จะไม่มีการสัมผัสชิ้นงาน ซึ่งจะส่งผลดีกว่าการใช้วิธีแบบดั้งเดิมอย่างระบบขูด (Scribe marking) และระบบตอก (Dot marking) ดังนี้ 1. มีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อขึ้นรถยนต์รุ่นใหม่ในสายการผลิต หรือเมื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบรถยนต์ เพราะไม่ต้องแก้ไขหรือสร้างระบบจับยึด (fixtures, clamps) ตามรุ่นที่เปลี่ยนหรือตามแบบที่ได้แก้ไข 2. ไม่มีโอกาสที่ชิ้นส่วนรถยนต์จะเสียหายจากระบบระบบจับยึด (fixtures, clamps) 3. เสียงเบากว่าระบบอื่น ๆ ในขณะทำงาน 4. ระบบเดียวใช้ได้กับทุกรุ่น กล่าวคือ เมื่อไม่ต้องสัมผัสหรือยึดเกาะกับชิ้นงาน จึงเหมาะกับสายการผลิตเดียวแต่มีหลากหลายรุ่นคละกัน 5. สามารถทำตัวเลขรหัสรถยนต์ในพื้นที่จำกัดที่ระบบอื่นเข้าไม่ถึงได้ ด้วยข้อดีดังกล่าวข้างต้น ทั้งด้านความยืดหยุ่นในการทำงาน ความรวดเร็ว และคุณภาพที่ได้ ทำให้ระบบการทำตัวเลข VIN (เลขรหัสรถยนต์) ด้วยแสงเลเซอร์นี้ เป็นอีกแนวทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องการปรับปรุงระบบการสร้างอัตลักษณ์ ที่ไม่ยึดติดกับระบบแบบดั้งเดิมอย่าง ระบบขูด (Scribe marking) และระบบตอก (Dot marking) หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการสร้างอัตลักษณ์ลงบนชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์ (Product Marking) กรุณาติดต่อ PRYOR MARKING Thai translation of an article written by Paul Trujillo June 2, 2015 Paul Trujillo is a Product Marketing Manager at Informatics specializing in Inventory Warehouse Management and Supply Chain product lines. His nearly 15 years of experience has put him at the forefront of industry technology and developing trends. ทุกองค์กรธุรกิจล้วนมีวัสดุสิ่งของ มากน้อยตามขนาดขององค์กร วัสดุสิ่งของนั้นรวมถึง วัตถุดิบ สิ่งของที่ต้องใช้ในการผลิต สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งต้องมีการนับและตรวจติดตาม ระบบการจัดการบัญชีสิ่งของที่ดี (inventory management system) ได้เข้ามาช่วยให้แน่ใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรงและเป็นปัจจุบัน INDEPENDENT VS. DEPENDENT INVENTORY สิ่งของที่เป็นอิสระ และไม่เป็นอิสระ ปกติสิ่งของในคลังสินค้าจะแยกเป็นสองประเภท คือ สิ่งของที่เป็นอิสระและสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ ซึ่งสิ่งของที่เป็นอิสระ คือ สินค้าสำเร็จรูป และสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ คือ ส่วนประกอบของสินค้าสำเร็จรูป ตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่ผลิตเสร็จแล้ว นับเป็นสิ่งของที่เป็นอิสระ ขณะที่ส่วนประกอบของรถยนต์ อย่างเช่น เครื่องยนต์ ล้อ กระจก ฯ นับเป็นสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระ ซึ่งจำนวนสิ่งของที่ไม่เป็นอิสระจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นกับจำนวนความต้องการสินค้าสำเร็จรูป TYPES OF INVENTORY SYSTEMS รูปแบบของระบบบัญชีสิ่งของ ระบบบัญชีสิ่งของที่นิยมมีสองรูปแบบคือ continuous review และ periodic review systems · Continuous Review System ระบบตรวจติดตามต่อเนื่อง ระบบนี้จะสั่งของแต่ละรายการในจำนวนที่คงเดิมเสมอ แต่ความถี่ในการสั่งของจะไม่ตายตัว เพราะจะสั่งซื้อเมื่อสิ่งของลดลงถึงระดับที่ได้กำหนดไว้ · Periodic Review System ระบบตรวจติดตามเป็นระยะ ระบบนี้จะสั่งของตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจำนวนที่สั่งในแต่ละรายการจะไม่ตายตัว โดยคำนวณจากปริมาณสิ่งของที่เหลืออยู่ของแต่ละรายการเมื่อถึงรอบสั่งซื้อ และระบบนี้จะไม่กำหนดว่าสิ่งของลดลงถึงระดับจำนวนเท่าใดจึงต้องสั่งซื้อ INVENTORY MANAGEMENT AND CONTROL OPTIONS
การจัดการบัญชีสิ่งของและวีธีการควบคุม เป้าหมายของการจัดการบัญชีสิ่งของ คือให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้สินค้าตามที่ต้องการเมื่อต้องการ ไม่เกิดของขาดสต็อก หรือของเกินสต็อก ซึ่งมีวิธีอยู่สองแบบในการจัดการบัญชีสิ่งของ · Manual Systems ระบบบันทึกด้วยมือ เป็นวิธีพื้นฐานและง่ายที่จะใช้ ระบบนี้จะใช้ได้ดีหากมีรายการสิ่งของไม่มาก และจำนวนของแต่ละรายการน้อย โดยพนักงานจะเดินตรวจนับสิ่งของและคำนวณจำนวนที่ต้องสั่งจากของที่เหลืออยู่ที่นับได้ ปัญหาของระบบนี้ คือ งานที่ต้องทำมีมาก และโอกาสผิดพลาดสูง ที่อาจนำไปสู่ของขาดหรือของเกินสต็อกได้ เช่น หากพนักงานลืมปรับยอดเป็นปัจจุบัน จึงไม่ได้ทำการสั่งของจนทำให้ของขาดสต็อกได้ เป็นต้น · Barcode Systems ระบบบาร์โค้ด เพื่อให้การจัดการบัญชีสิ่งของเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลหลาย ๆ อย่างจำเป็นจะต้องมีการตรวจติดตาม อย่างเช่น ผู้ขาย ราคา ตำแหน่งที่เก็บในคลังสินค้า เป็นต้น โดยระบบจัดการบัญชีสิ่งของด้วยบาร์โค้ดจะตรวจติดตามและบันทึกทุกรายละเอียดที่จำเป็น ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดของการบันทึกข้อมูลด้วยมือ จึงได้ข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรงและเป็นปัจจุบัน MANAGEMENT MAINTAINS CONTROL การจัดการบัญชีสิ่งของคงไว้ซึ่งการควบคุม องค์กรธุรกิจต้องรู้ว่าสิ่งของแต่ละรายการอยู่ที่ไหน หากสิ่งของไม่ได้รับการติดตามและควบคุม นั้นแสดงว่าระบบจัดการบัญชีสิ่งของที่ใช้อยู่ล้มเหลว โดยมีสิ่งบ่งชี้ว่าองค์กรนั้น ๆ กำลังสูญเสียระบบจัดการควบคุมสิ่งของ ดังนี้ 1. หน้าที่ด้านการจัดการควบคุมบัญชีสิ่งของไม่สามารถให้คนอื่นทำแทนได้ 2. รูปแบบวิธีการไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น แผนกหนึ่งใช้รูปแบบหนึ่ง อีกแผนกใช้รูปแบบที่ต่างกัน 3. ระบบไม่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ไม่บันทึกอย่างต่อเนื่อง 4. พนักงานเบิกสิ่งของที่มีการจองแล้ว 5. พนักงานคลังสินค้าไม่ได้รับอนุญาตให้เบิกของหรือเก็บของได้เอง 6. เอกสารบัญชีสิ่งของไม่มีความสอดคล้อง ไม่ถูกต้อง การเข้าใจระบบจัดการบัญชีสิ่งของอย่างละเอียด คือ ก้าวแรกของการควบคุมสิ่งของที่บริษัทต้องเข้าใจ ซึ่งก้าวต่อไป คือ การมีระบบควบคุมจัดการบัญชีสิ่งของที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะควบคุมสิ่งของหากไม่มีระบบจัดการที่ดี การขาดการควบคุมย่อมส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการ เพราะสิ่งของที่มากเกินจำเป็นหมายถึงเงินที่จ่ายโดยไม่ก่อประโยชน์ หรือการเสียโอกาสในการขายและอาจเสียลูกค้าเมื่อของไม่มีอยู่ในสต็อกในเวลาที่ลูกค้าต้องการ แต่พึงระลึกว่าการเก็บสิ่งของแต่ละรายการในคลังสินค้านั้นย่อมมีค่าดำเนินการ จึงจำเป็นต้องหาจุดที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งโปรแกรมจัดการบัญชีสิ่งของจะเข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดการบัญชีสิ่งของที่มีประสิทธิภาพ กรุณาติดต่อ www.tsasia.co.th |
AuthorJackrapong Siripaiboon Archives
July 2022
Categories
All
|
|
Contact Details
Traceability Solutions Asia Co., Ltd. Phone: +66 81832 1465 Fax: +66 (0)2 938 5340 Email: [email protected] Web: www.tsasia.co.th |