|
การทำความสะอาดด้วยเลเซอร์ การทำความสะอาดด้วยเลเซอร์ (LASER CLEANING SYSTEM) คือ การใช้แสงเลเซอร์พลังงานสูง ยิงไปที่ผิวชิ้นงานที่ต้องการทำความสะอาด ทำให้คราบสิ่งสกปรก เช่น สนิม สี คราบน้ำมัน ตะกรัน เกิดการระเหยหรือระเหิด จนหลุดออกจากพื้นผิวด้วยลำแสงความเข้มข้นสูงหรือความร้อนที่เกิดจากแสงเลเซอร์ โดยวิธีการนี้จะส่งผลกระทบต่อผิวชิ้นงานที่อยู่ใต้คราบสิ่งสกปรกน้อยมาก เหตุเพราะคราบสิ่งสกปรกหรือสนิมจะแยกตัวออกในระดับโมเลกุล อีกทั้งลำแสงมีพลังงานไม่มากพอที่จะทำให้ผิวชิ้นงานที่อยู่ใต้คราบสิ่งสกปรกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณสมบัติไปจากเดิม วิธีการทำความสะอาดด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีที่ไม่มีการสัมผัสกับผิวชิ้นงาน อีกทั้งสามารถนำไปใช้กับวัสดุได้หลากหลาย มีความแม่นยำ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ใช้งานง่าย และมีต้นทุนต่ำ เพราะไม่มีวัสดุสิ้นเปลือง การเตรียมการใช้เวลาน้อยกว่า อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่ต้องใช้สารเคมี กรด หรือตัวทำละลาย เศษสิ่งสกปรกรวบรวมเก็บได้ง่ายกว่า เกิดมลภาวะน้อยกว่า หรือไม่ก่อเกิดมลภาวะเลยหากเป็นระบบปิด ปัจจุบันนี้การทำความสะอาดด้วยเลเซอร์มีให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ทั้งแบบเคลื่อนที่ได้ (Portable) และแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Workstation)
หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำความสะอาดด้วยเลเซอร์ (LASER CLEANING SYSTEM) กรุณาติดต่อ [email protected] หรือเยี่ยม website ได้ที่ http://www.tsasia.co.th
0 Comments
Traceability in manufacturing has been commonplace within the aerospace industry for decades Advances in relatively inexpensive technology with greater networking capabilities are now being exploited throughout the supply chain to ensure reliability and identification of root causes to potential problems. Companies producing even the smallest components are benefitting from increasingly accessible technologies used for marking and tracking components, previously only a feature of manufacturing practices at the very top of the supply chain. Marking and traceability technologies are becoming accessible to wider supply chains as digital technologies allow manufacturers of all sizes and production scales to implement Industry 4.0 solutions within their factories. The traceability process begins with marking and coding equipment. Effective marking is central to any successful traceability system; if parts cannot be distinguished it is simply not possible to track them. Whilst traditional methods of tagging parts such as with an adhesive label or a human-readable code are widely used and serve their purpose well, they are not truly permanent and come with their faults. A permanent machine readable code or 2D data matrix code, which stores vital data and can be scanned at any point during the life of the part, can quickly and easily be applied directly to a component, by dot peen, scribe or laser marking. Dot peen is the most common and low-cost method of permanent marking, usually used on metal. It uses a stylus pin that is fired into the marking surface to make an indented dot. By rapidly repeating this and moving the stylus between each dot, writing and images can be applied. Dot peen marking provides fast, accurate, low-stress marking and can mark through coatings or film on the material surface. Dot peen is the preferred marking method by aerospace manufacturers, favoring the low-stress engraving style whereby material is displaced rather than removed, significantly reducing stress to the component being marked. Dot peen marking machines use an electrically driven solenoid to actuate the stylus, but pneumatic actuation can also be used for deep marking or faster marking. Scribe marking is traditionally the preferred method for automotive VIN marking where a pneumatically-driven pin is driven into the metal surface to be marked. It is then moved through the metal, giving a continuous engraved line to produce the required inscription. Scribe machines are able to produce quality inscriptions with excellent clarity and legibility as part of a very low noise operation. Laser marking is rapidly becoming the permanent marking method of choice for the growing number of manufacturers introducing traceability within their operations. Laser marking is fast, accurate and high-contrast. This marking method is capable of producing a 2D data matrix code in less than a second, either on a static component or on a fast-moving production line, making it ideally suited to high volume and high variety output. Laser is a non-contact form of marking so avoids creating stress points or deforming the material during the marking process. Non-contact avoids the need to clamp the component being marked, providing the added benefit of safe and easy set up for operators Traceability offers significant advantages to production engineers tasked with analyzing events that may have ultimately led to a product recall. By tracking individual parts and storing a variety of production related parameters, it is possible to identify exactly how, when and where a problem occurred at the earliest opportunity. Speedy identification spots issues before they turn into major problems and could also mean the difference between recalling an entire month’s production and simply changing individual faulty parts. Designed and manufactured in Sheffield, Pryor’s traceability systems offer a single source supply for permanent part identification, data capture, process control and production monitoring To find out more about:
To find out more Pryor's permanent part identification, data capture, process control and production monitoring
การทำถ้วยหมึก (Ink cup) สำหรับเครื่องพิมพ์ระบบแพ็ด (Pad Printing) ด้วยเคมี เป็นการสิ้นเปลืองเวลา และค่อนข้างอันตรายจากสารเคมีที่ใช้ ซึ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยีการกัดผิวโลหะด้วยแสงเลเซอร์ (Laser mark/etch) สามารถแทนที่การกัดโลหะด้วยสารเคมีได “...การกัดผิวโลหะด้วยแสงเลเซอร์ (Laser mark/etch) สามารถแทนที่การกัดโลหะด้วยสารเคมีได้...” เมื่อการกัดผิวโลหะด้วยแสงเลเซอร์ (Laser mark/etch) เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้มีผู้ผลิตมากขึ้น จึงเกิดการแข่งขันและปรับปรุงพัฒนาการผลิต เป็นผลให้ราคาเครื่องกัดผิวด้วยแสงเลเซอร์ (Laser mark/etch) ถูกลงกว่าในอดีต นอกจากนี้ ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดลำแสงเลเซอร์ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้สามารถกัดลวดลายขนาดละเอียดได้ รวมถึงระบบกำเนิดแสงเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นด้วย ประโยชน์ชองการกัดผิวโลหะด้วยแสงเลเซอร์ (Laser mark/etch) แทนการใช้สารเคมี เช่น การกัดกรด (acid etching) มีดังต่อไปนี้
For free advice on all your Laser Marking requirements visit:
Traceability Solutions Asia (TSA) แปลจากบทความ Marked, read, tracked จาก Machinery, August 2017
ผู้เขียน Alastair Morris, Sales Director at Pryor Marking Technology การสืบค้นติดตามในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของอุตสาหกรรมอากาศยานมีส่วนช่วยเสริมด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้การบำรุรักษาเป็นเรื่องง่าย Alastair Morris - Sales Director at Pryor Marking Technology ได้อธิบายไว้ว่า ในอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดที่เข้มงวด และความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดอย่าง อุตสาหกรรมอากาศยาน คุณภาพคือสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นเป็นความสำคัญอันดับต้น ซึ่งผู้ผลิตอากาศยานกำหนดให้มีการทำอัตลักษณ์ลงบนทุกชิ้นส่วน เพื่อให้สามารถสอบกลับและติดตามหาต้นตอของปัญหาได้ ที่ผ่านมาในอดีตการทำอัตลักษณ์บนชิ้นงานเป็นเรื่องซับซ้น และมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ที่แนวโน้มการสอบกลับและติดตามมีมากขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกองค์กรธุรกิจไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็กสามารถมีระบบสอบกลับและติดตามที่เที่ยงตรงแม่นยำ ทั้งในการผลิต การขนส่ง และการสนับสนุนต่าง ๆ ในราคาที่จับต้องได้ การที่ระบบสอบกลับและติดตามจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สิ่งที่สำคัญคือ การทำอัตลักษณ์ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการทำรหัสตัวเลขตัวอักษร และป้ายสติกเกอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การทำอัตลักษณ์บางรูปแบบมีข้อจำกัดด้านปริมาณข้อมูล เช่น บาร์โค้ดแบบแท่ง หรือ 1D Barcode รูปแบบบาร์โค้ดใหม่ๆ จึงเกิดขึ้น เช่น Data Matrix หรือ QR Code ที่สามารถบรรจุข้อมูลได้มากขึ้น ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น การทำข้อมูลซ้ำใน Data Matrix บาร์โค้ดแบบ Data Matrix มีการทำข้อมูลซ้ำในตัว ทำให้เมื่อเกิดรอยขูด ขีด จนบาร์โค้ดบางส่วนลบเลือนก็ยังสามารถอ่านข้อมูลที่ต้องการได้ทั้งหมดเช่นเดิม ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนย้าย หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ใช้งานหนักหรือใช้นอกสถานที่ โดยปกติ Data Matrix เหมาะที่จะทำลงบนชิ้นส่วนโดยตรง เนื่องด้วยเพราะมีขนาดที่เล็ก จึงสามารถทำบนพื้นที่ที่จำกัดได้ ซึ่งในอุตสาหกรรมอากาศยานนิยมทำ Data Matrix ด้วยระบบ Dot peen สาเหตุเพราะเป็นระบบที่สร้างความเครียดต่อวัสดุต่ำ (Low Stress) และสามารถกำหนดแรงที่กระทำอย่างสม่ำเสมอได้ หลายบริษัทได้นำระบบสอบกลับและติดตามมาใช้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า ที่ต้องการให้ระบุอัตลักษณ์ชิ้นส่วน เพื่อความรวดเร็วในการซ่อมบำรุง และแยกแยะหากประสบปัญหาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งช่วยใหเกิดการพัฒนากระบวนการผลิตและพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพตามมา ตัวอย่างเช่น หากชิ้นส่วนได้มีการระบุอัตลักษณ์ไว้เมื่อเริ่มกระบวนการ ชิ้นส่วนนั้นจะถูกเก็บข้อมูลในทุกขั้นตอนการผลิต ซึ่งข้อมูลที่เก็บไว้ สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาต่อไป เช่น การเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุน การลดของเสีย รวมถึงใช้คาดการณ์แนวโน้มของปัญหาต่าง ๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้นได้ ทำให้ระบบสอบกลับและติดตาม เป็นได้มากกว่าการตรวจสอบเพื่อติดตามเรียกคืน หรือแสดงว่าชิ้นส่วนนั้นอยู่ที่ไหน นอกจากนี้ อาจกล่าวได้ว่า ระบบสอบกลับและติดตามไม่ได้ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น คือ ต้นทุนการผลิตและของเสียลดลง การพัฒนาด้านคุณภาพเพิ่มขึ้น ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ นำไปสู่ผลกำไรที่มากขึ้นนั้นเอง ปัจจุบันนี้ระบบสอบกลับและติดตาม มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น และมีการติดตั้งใช้งานที่ง่ายขึ้นกว่าในอดีต โดยในปัจจุบันนี้ระบบสอบกลับและติดตาม ได้ควบรวมการทำอัตลักษณ์ (Marking) การควบคุมด้วยภาพ (Vision) และการบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว จึงไม่ต้องลงหลายโปรแกรมเพื่อทำงานที่กล่าวทั้งหมด อย่างเช่น Pryor ที่โปรแกรมสามารถสั่งงานเครื่องเลเซอร์เพื่อทำงาน อ่านข้อมูล สั่งการกล้องบันทึกภาพ และบันทึกข้อมูลต่าง ๆ โดยควบรวมอยู่ในระบบสอบกลับและติดตามเพียงระบบเดียว ด้วยเทคโนโลยี iIoT (industrial internet of things) ทำให้การเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างระบบสอบกลับและติดตาม กับเทคโนโลยีอื่นในโรงงานเป็นไปได้โดยสะดวกง่ายดาย เช่น การช่วยระบบควบคุมเครื่องจักรทำการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ของเครื่องตามชิ้นงานที่รับเข้ามาโดยอัตโนมัติ หรือ การเชื่อมต่อกับส่วนข้อมูลกลางเพื่อให้แน่ใจว่าชิ้นงานทั้งหมดได้รับข้อมูลและได้รับการทำอัตลักษณ์ที่ถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้การสอบกลับและติดตามเป็นไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ ระบบสอบกลับและติดตามได้ควบรวมระบบเฝ้าสังเกตการผลิต ที่สามารถแจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องแบบ ณ เวลาปัจจุบัน (real time) เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การแจ้งถึงแนวโน้มปัญหาคอขวดในการผลิตที่จะส่งต่อการผลิตโดยรวมได้ การทำงานแบบเครือข่ายทั่วโลก ไม่เพียงแค่การเชื่อมต่อสื่อสารภายในโรงงานเดียว ระบบสอบกลับและติดตามยังสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับโรงงานอื่น ๆ ได้ทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผลิต รวมถึงหากเกิดปัญหาไม่ว่าทั้งในระหว่างผลิตหรือหลังจากที่ผลิต ระบบจะสืบค้นในเชิงลึกเพื่อหาว่าชิ้นส่วนที่เป็นปัญหาอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อให้สามารถดำเนินการขั้นตอนอื่นใดได้เร็วขึ้น ระบบสอบกลับและติดตามไม่เพียงให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์แก่บริษัทต่าง ๆ ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของทุกภาคอุตสาหกรรม ทำให้การสืบค้นติดตามเป็นไปด้วยความง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว ลดความผิดพลาด ลดของเสีย และยังช่วยให้การประกอบธุรกิจมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น |
AuthorJackrapong Siripaiboon Archives
July 2022
Categories
All
|
|
Contact Details
Traceability Solutions Asia Co., Ltd. Phone: +66 81832 1465 Fax: +66 (0)2 938 5340 Email: [email protected] Web: www.tsasia.co.th |